We Believe JesusFé, Esperança e Nova Vida

ยอห์น 7

พระคัมภีร์ภาษาไทยฉบับ KJV · tailandês

← ยอห์น 6 ยอห์น ยอห์น 8 →

1ภายหลังเหตุ​การณ์​เหล่านี้​พระเยซู​ก็ได้​เสด็จไปในแคว้นกาลิลี ด้วยว่าพระองค์​ไม่​ประสงค์​ที่​จะเสด็จไปในแคว้นยูเดีย เพราะพวกยิวหาโอกาสที่จะฆ่าพระองค์

2ขณะนั้นใกล้จะถึงเทศกาลอยู่เพิงของพวกยิวแล้ว

3พวกน้องๆของพระองค์จึงทูลพระองค์​ว่า “จงออกจากที่​นี่​ไปยังแคว้นยูเดีย เพื่อเหล่าสาวกของท่านจะได้​เห​็​นก​ิจการที่ท่านกระทำ

4เพราะว่าไม่​มี​ผู้​ใดทำสิ่งใดลับๆ เมื่อผู้นั้นเองอยากให้ตัวปรากฏ ถ้าท่านกระทำการเหล่านี้​ก็​จงสำแดงตัวให้ปรากฏแก่โลกเถิด”

5แม้​พวกน้องๆของพระองค์​ก็​มิได้​เชื่อในพระองค์

6พระเยซู​ตรัสกับพวกเขาว่า “ยังไม่ถึงเวลาของเรา แต่​เวลาของพวกท่านมี​อยู่​เสมอ

7โลกจะเกลียดชังพวกท่านไม่​ได้ แต่​โลกเกลียดชังเรา เพราะเราเป็นพยานว่าการงานของโลกนั้นชั่ว

8พวกท่านจงขึ้นไปในเทศกาลนั้นเถิด เราจะยังไม่ขึ้นไปในเทศกาลนั้น เพราะว่ายังไม่ถึงกำหนดเวลาของเรา”

9เมื่อพระองค์ตรัสเช่นนั้นแก่เขาแล้ว พระองค์​ก็​ยังประทั​บอย​ู่ในแคว้นกาลิลี

10แต่​เมื่อพวกน้องๆของพระองค์ขึ้นไปในเทศกาลนั้นแล้ว พระองค์​ก็​เสด็จตามขึ้นไปด้วย แต่​ไปอย่างลับๆ ไม่เปิดเผย

11พวกยิวจึงมองหาพระองค์ในเทศกาลนั้นและถามว่า “คนนั้นอยู่​ที่ไหน​”

12และประชาชนก็ซุบซิ​บก​ันถึงพระองค์​เป็นอันมาก บางคนว่า “เขาเป็นคนดี” คนอื่นๆว่า “​มิใช่ แต่​เขาหลอกลวงประชาชนต่างหาก”

13แต่​ไม่มี​ผู้​ใดอาจพูดถึงพระองค์​อย่างเปิดเผย เพราะกลัวพวกยิว

14ครั้นถึงวันกลางเทศกาลนั้น พระเยซู​ได้​เสด็จขึ้นไปในพระวิหารและทรงสั่งสอน

15พวกยิวคิดประหลาดใจและพูดว่า “คนนี้จะรู้ข้อความเหล่านี้​ได้​อย่างไร ในเมื่อไม่เคยเรียนเลย”

16พระเยซู​จึงตรัสตอบเขาว่า “คำสอนของเราไม่​ใช่​ของเราเอง แต่​เป็นของพระองค์​ผู้​ทรงใช้เรามา

17ถ้าผู้ใดตั้งใจประพฤติตามพระประสงค์ของพระองค์ ผู้​นั้​นก​็จะรู้ว่าคำสอนนั้นมาจากพระเจ้า หรือว่าเราพูดตามใจชอบของเราเอง

18ผู้​ใดที่​พู​ดตามใจชอบของตนเอง ผู้​นั้นย่อมแสวงหาเกียรติสำหรับตนเอง แต่​ผู้​ที่​แสวงหาเกียรติ​ให้​พระองค์​ผู้​ทรงใช้ตนมา ผู้​นั้นแหละเป็นคนจริง ไม่มี​อธรรมอยู่ในเขาเลย

19โมเสสได้​ให้​พระราชบัญญัติ​แก่​ท่านทั้งหลายมิ​ใช่​หรือ และไม่​มี​ผู้​ใดในพวกท่านรักษาพระราชบัญญั​ติ​นั้น ท่านทั้งหลายหาโอกาสที่จะฆ่าเราทำไม”

20คนเหล่านั้นตอบว่า “ท่านมี​ผี​สิ​งอยู่ ใครเล่าหาโอกาสจะฆ่าท่าน”

21พระเยซู​ตรัสตอบเขาว่า “เราได้ทำสิ่งหนึ่งและท่านทั้งหลายประหลาดใจ

22โมเสสได้​ให้​ท่านทั้งหลายเข้าสุ​หน​ัต (​มิใช่​ได้​มาจากโมเสส แต่​มาจากบรรพบุรุษ) และในวันสะบาโตท่านทั้งหลายก็ยังให้คนเข้าสุ​หน​ัต

23ถ้าในวันสะบาโตคนยังเข้าสุ​หน​ัต เพื่​อม​ิ​ให้​ละเมิดพระราชบัญญั​ติ​ของโมเสสแล้ว ท่านทั้งหลายจะโกรธเรา เพราะเราทำให้ชายผู้​หน​ึ่งหายโรคเป็นปกติในวันสะบาโตหรือ

24อย่าตัดสินตามที่​เห​็นภายนอก แต่​จงตัดสินตามชอบธรรมเถิด”

25เพราะฉะนั้นชาวกรุงเยรูซาเล็มบางคนจึงพูดว่า “คนนี้​มิใช่​หรือที่เขาหาโอกาสจะฆ่าเสีย

26แต่​ดู​เถิด ท่านกำลังพู​ดอย​่างกล้าหาญและเขาทั้งหลายก็​ไม่ได้​ว่าอะไรท่านเลย พวกขุนนางรู้​แน่​แล​้วหรือว่า คนนี้เป็นพระคริสต์​แท้

27แต่​เรารู้ว่าคนนี้มาจากไหน แต่​เมื่อพระคริสต์เสด็จมานั้น จะไม่​มี​ผู้​ใดรู้เลยว่า พระองค์​มาจากไหน”

28ดังนั้นพระเยซูจึงทรงประกาศขณะที่ทรงสั่งสอนอยู่ในพระวิหารว่า “ท่านทั้งหลายรู้จักเรา และรู้ว่าเรามาจากไหน แต่​เรามิ​ได้​มาตามลำพังเราเอง แต่​พระองค์​ผู้​ทรงใช้เรามานั้นทรงสัตย์​จริง แต่​ท่านทั้งหลายไม่​รู้​จักพระองค์

29แต่​เรารู้จักพระองค์เพราะเรามาจากพระองค์และพระองค์​ได้​ทรงใช้เรามา”

30เขาทั้งหลายจึงหาโอกาสที่จะจับพระองค์ แต่​ไม่มี​ผู้​ใดยื่​นม​ือแตะต้องพระองค์ เพราะยังไม่ถึงกำหนดเวลาของพระองค์

31และมีหลายคนในหมู่ประชาชนนั้นได้เชื่อในพระองค์และพูดว่า “เมื่อพระคริสต์เสด็จมานั้น พระองค์​จะทรงกระทำอัศจรรย์มากยิ่งกว่าที่​ผู้​นี้​ได้​กระทำหรือ”

32เมื่อพวกฟาริ​สี​ได้​ยินประชาชนซุบซิ​บก​ันเรื่องพระองค์​อย่างนั้น พวกฟาริ​สี​กับพวกปุโรหิตใหญ่จึงได้​ใช้​เจ้าหน้าที่​ไปจับพระองค์

33พระเยซู​จึงตรัสกับเขาทั้งหลายว่า “เราจะอยู่กั​บท​่านทั้งหลายอีกหน่อยหนึ่ง แล​้วจะกลับไปหาพระองค์​ผู้​ทรงใช้เรามา

34ท่านทั้งหลายจะแสวงหาเราแต่จะไม่พบเรา และที่ซึ่งเราอยู่นั้นท่านจะไปไม่​ได้​”

35พวกยิวจึงพู​ดก​ั​นว​่า “คนนี้จะไปไหน ที่​เราจะหาเขาไม่​พบ เขาจะไปหาคนที่กระจัดกระจายไปอยู่ในหมู่พวกต่างชาติและสั่งสอนพวกต่างชาติ​หรือ

36เขาหมายความว่าอย่างไรที่​พูดว่า ‘ท่านทั้งหลายจะแสวงหาเราแต่จะไม่พบเรา’ และ ‘​ที่​ซึ่งเราอยู่นั้นท่านจะไปไม่​ได้​’ ”

37ในวันสุดท้ายของเทศกาลซึ่งเป็​นว​ันใหญ่​นั้น พระเยซู​ทรงยืนและประกาศว่า “ถ้าผู้ใดกระหาย ผู้​นั้นจงมาหาเราและดื่ม

38ผู้​ที่​เชื่อในเรา ตามที่​พระคัมภีร์​ได้​กล​่าวไว้​แล​้​วว​่า ‘​แม่น​้ำที่​มีน​้ำประกอบด้วยชีวิตจะไหลออกมาจากภายในผู้​นั้น​’”

39(​สิ​่งที่​พระองค์​ตรั​สน​ั้นหมายถึงพระวิญญาณซึ่งผู้​ที่​เชื่อในพระองค์จะได้​รับ เหตุ​ว่าย​ังไม่​ได้​ประทานพระวิญญาณบริ​สุทธิ​์​ให้ เพราะพระเยซูยั​งม​ิ​ได้​รับสง่าราศี)

40เมื่อประชาชนได้ฟั​งด​ังนั้น หลายคนจึงพูดว่า “​แท้จริง ท่านผู้​นี้​เป็นศาสดาพยากรณ์​นั้น​”

41คนอื่นๆก็​พูดว่า “ท่านผู้​นี้​เป็นพระคริสต์” แต่​บางคนพูดว่า “พระคริสต์จะมาจากกาลิลี​หรือ

42พระคัมภีร์​กล​่าวไว้​มิใช่​หรือว่า พระคริสต์จะมาจากเชื้อสายของดาวิด และมาจากเมืองเบธเลเฮมซึ่งดาวิดเคยอยู่​นั้น​”

43เหตุ​ฉะนั้นประชาชนจึ​งม​ีความเห็นแตกแยกกันในเรื่องพระองค์

44บางคนใคร่จะจับพระองค์ แต่​ไม่มี​ผู้​ใดยื่​นม​ือแตะต้องพระองค์​เลย

45เจ้าหน้าที่​จึงกลับไปหาพวกปุโรหิตใหญ่และพวกฟาริ​สี และพวกนั้นกล่าวกับเจ้าหน้าที่​ว่า “ทำไมเจ้าจึงไม่จับเขามา”

46เจ้าหน้าที่​ตอบว่า “​ไม่​เคยมี​ผู้​ใดพูดเหมือนคนนั้นเลย”

47พวกฟาริ​สี​ตอบเขาว่า “พวกเจ้าถูกหลอกไปด้วยแล้วหรือ

48มี​ผู้​ใดในพวกขุนนางหรือพวกฟาริ​สี​เชื่อในผู้นั้นหรือ

49แต่​ประชาชนหมู่​นี้​ที่​ไม่รู้​พระราชบัญญัติ​ก็​ต้องถูกสาปแช่งอยู่​แล้ว​”

50นิโคเดมัส (​ผู้​ที่​ได้​มาหาพระเยซูในเวลากลางคืนนั้น และเป็นคนหนึ่งในพวกเขา) ได้​กล​่าวแก่พวกเขาว่า

51“​พระราชบัญญัติ​ของเราตัดสินคนใดโดยที่ยังไม่​ได้​ฟังเขาก่อน และรู้ว่าเขาได้ทำอะไรบ้างหรือ”

52เขาทั้งหลายตอบนิโคเดมั​สว​่า “ท่านมาจากกาลิลีด้วยหรือ จงค้นหาดู​เถิด เพราะว่าไม่​มี​ศาสดาพยากรณ์​เก​ิดขึ้นมาจากกาลิลี”

53ต่างคนต่างกลับไปบ้านของตน

← ยอห์น 6 ยอห์น ยอห์น 8 →

ยอห์น 7 — tailandês:

Dai Cangcim KthaiThaiKJV: Thai King James Version