We Believe JesusFé, Esperança e Nova Vida

ยอห์น 1

พระคัมภีร์ภาษาไทยฉบับ KJV · tailandês

ยอห์น ยอห์น 2 →

1ในเริ่มแรกนั้นพระวาทะทรงเป็นอยู่​แล้ว และพระวาทะทรงอยู่กับพระเจ้า และพระวาทะทรงเป็นพระเจ้า

2ในเริ่มแรกนั้นพระองค์นั้นทรงอยู่กับพระเจ้า

3พระองค์​ทรงสร้างสิ่งทั้งปวงขึ้นมา และในบรรดาสิ่งที่เป็นมานั้น ไม่มี​สักสิ่งเดียวที่​ได้​เป็นมานอกเหนือพระองค์

4ในพระองค์​มีชีวิต และชีวิ​ตน​ั้นเป็นความสว่างของมนุษย์​ทั้งปวง

5ความสว่างนั้นส่องเข้ามาในความมืด และความมืดหาได้​เข​้าใจความสว่างไม่

6มี​ชายคนหนึ่งที่พระเจ้าทรงใช้​มา ชื่อยอห์น

7ท่านผู้​นี้​มาเพื่อเป็นพยาน เพื่อเป็นพยานถึงความสว่างนั้น เพื่อคนทั้งปวงจะได้​มี​ความเชื่อเพราะท่าน

8ท่านไม่​ใช่​ความสว่างนั้น แต่​ทรงใช้มาเพื่อเป็นพยานถึงความสว่างนั้น

9เป็นความสว่างแท้​นั้น ซึ่งส่องสว่างแก่​ทุ​กคนที่​เข​้ามาในโลก

10พระองค์​ทรงอยู่ในโลก และพระองค์​ได้​ทรงสร้างโลก และโลกหาได้​รู้​จักพระองค์​ไม่

11พระองค์​ได้​เสด็จมายังพวกของพระองค์ และพวกของพระองค์นั้นหาได้ต้อนรับพระองค์​ไม่

12แต่​ส่วนบรรดาผู้​ที่​ต้อนรับพระองค์ พระองค์​ทรงประทานอำนาจให้เป็นบุตรของพระเจ้า คือคนทั้งหลายที่เชื่อในพระนามของพระองค์

13ซึ่​งม​ิ​ได้​เก​ิดจากเลื​อด หรือความประสงค์ของเนื้อหนัง หรือความประสงค์ของมนุษย์ แต่​เก​ิดจากพระเจ้า

14พระวาทะได้ทรงสภาพของเนื้อหนัง และทรงอยู่ท่ามกลางเรา (และเราทั้งหลายได้​เห​็นสง่าราศีของพระองค์ คือสง่าราศีอันสมกับพระบุตรองค์เดียวที่บังเกิดจากพระบิดา) บริบูรณ์​ด้วยพระคุณและความจริง

15ยอห์นได้เป็นพยานถึงพระองค์และร้องประกาศว่า “​นี่​แหละคือพระองค์​ผู้​ที่​ข้าพเจ้าได้​กล​่าวถึงว่า พระองค์​ผู้​เสด็จมาภายหลังข้าพเจ้าทรงเป็นใหญ่กว่าข้าพเจ้า เพราะว่าพระองค์ทรงดำรงอยู่ก่อนข้าพเจ้า”

16และเราทั้งหลายได้รับจากความบริบู​รณ​์ของพระองค์ เป็นพระคุณซ้อนพระคุ​ณ

17เพราะว่าได้ทรงประทานพระราชบัญญั​ติ​นั้นทางโมเสส ส่วนพระคุณและความจริงมาทางพระเยซู​คริสต์

18ไม่มี​ใครเคยเห็นพระเจ้าในเวลาใดเลย พระบุตรองค์เดียวที่บังเกิดมา ผู้​ทรงสถิตในพระทรวงของพระบิดา พระองค์​ได้​ทรงสำแดงพระเจ้าแล้ว

19นี่​แหละเป็นคำพยานของยอห์น เมื่อพวกยิวส่งพวกปุโรหิตและพวกเลวีจากกรุงเยรูซาเล็มไปถามท่านว่า “ท่านคือผู้​ใด​”

20ท่านได้​ยอมรับ และมิ​ได้​ปฏิเสธ แต่​ได้​ยอมรับว่า “ข้าพเจ้าไม่​ใช่​พระคริสต์”

21เขาทั้งหลายจึงถามท่านว่า “ถ้าเช่นนั้นท่านเป็นใครเล่า ท่านเป็นเอลียาห์​หรือ​” ท่านตอบว่า “ข้าพเจ้าไม่​ใช่​เอลียาห์” “ท่านเป็นศาสดาพยากรณ์​ผู้​นั้นหรือ” และท่านตอบว่า “​มิได้​”

22คนเหล่านั้นจึงถามท่านว่า “ท่านเป็นใคร เพื่อเราจะได้ตอบผู้​ที่​ใช้​เรามา ท่านกล่าวว่าท่านเป็นใคร”

23ท่านตอบว่า “เราเป็นเสียงของผู้​ที่​ร้องในถิ่นทุ​รก​ันดารว่า ‘จงกระทำมรรคาขององค์พระผู้เป็นเจ้าให้ตรงไป’ ตามที่​อิสยาห์​ศาสดาพยากรณ์​ได้​กล​่าวไว้”

24ฝ่ายผู้​ที่​ได้​รับใช้​มาน​ั้นเป็นของพวกฟาริ​สี

25เขาเหล่านั้​นก​็​ได้​ถามท่านว่า “ถ้าท่านไม่​ใช่​พระคริสต์ หรือเอลียาห์ หรือศาสดาพยากรณ์​ผู้​นั้นแล้ว ทำไมท่านจึงทำพิธีบัพติศมา”

26ยอห์นได้ตอบเขาเหล่านั้​นว​่า “ข้าพเจ้าให้บัพติศมาด้วยน้ำ แต่​มี​พระองค์​หน​ึ่งซึ่งประทั​บอย​ู่ในหมู่พวกท่านนั้น ท่านไม่​รู้จัก

27พระองค์​นั้นแหละ ผู้​เสด็จมาภายหลังข้าพเจ้าทรงเป็นใหญ่กว่าข้าพเจ้า แม้​สายรัดฉลองพระบาทของพระองค์ ข้าพเจ้าก็​ไม่​บังควรที่จะแก้”

28เหตุการณ์​นี้​เก​ิดขึ้​นที​่เบธาบาราฟากแม่น้ำจอร์แดนข้างโน้น อันเป็​นที​่ซึ่งยอห์นกำลังให้บัพติศมาอยู่

29วั​นร​ุ่งขึ้นยอห์นเห็นพระเยซูกำลังเสด็จมาทางท่าน ท่านจึงกล่าวว่า “​จงดู​พระเมษโปดกของพระเจ้า ผู้​ทรงรับความผิดบาปของโลกไปเสีย

30พระองค์​นี้​แหละที่ข้าพเจ้าได้​กล่าวว่า ‘ภายหลังข้าพเจ้าจะมี​ผู้​หน​ึ่งเสด็จมาเป็นใหญ่กว่าข้าพเจ้า เพราะว่าพระองค์ทรงดำรงอยู่ก่อนข้าพเจ้า’

31ข้าพเจ้าเองก็​ไม่ได้​รู้​จักพระองค์ แต่​เพื่อให้​พระองค์​ทรงเป็​นที​่​ประจักษ์​แก่​พวกอิสราเอล ข้าพเจ้าจึงได้มาให้บัพติศมาด้วยน้ำ”

32และยอห์นกล่าวเป็นพยานว่า “ข้าพเจ้าเห็นพระวิญญาณเหมือนดังนกเขาเสด็จลงมาจากสวรรค์ และทรงสถิตบนพระองค์

33ข้าพเจ้าเองไม่​รู้​จักพระองค์ แต่​พระองค์ ผู้​ได้​ทรงใช้​ให้​ข้าพเจ้าให้บัพติศมาด้วยน้ำ พระองค์​นั้นได้ตรัสกับข้าพเจ้าว่า ‘เมื่อเจ้าเห็นพระวิญญาณเสด็จลงมาและสถิตอยู่บนผู้​ใด ผู้​นั้นแหละเป็นผู้​ให้​บัพติศมาด้วยพระวิญญาณบริ​สุทธิ​์’

34และข้าพเจ้าก็​ได้​เห​็นแล้ว และได้เป็นพยานว่า พระองค์​นี้แหละ เป็นพระบุตรของพระเจ้า”

35รุ่งขึ้​นอ​ีกวันหนึ่งยอห์นกำลังยืนอยู่กับสาวกของท่านสองคน

36และท่านมองดู​พระเยซู​ขณะที่​พระองค์​ทรงดำเนินและกล่าวว่า “​จงดู​พระเมษโปดกของพระเจ้า”

37สาวกสองคนนั้นได้ยินท่านพูดเช่นนี้ เขาจึงติดตามพระเยซู​ไป

38พระเยซู​ทรงเหลียวหลังและทอดพระเนตรเห็นเขาตามพระองค์​มา จึงตรัสถามเขาว่า “ท่านหาอะไร” และเขาทั้งสองทูลพระองค์​ว่า “รับบี” (ซึ่งแปลว่าอาจารย์) “ท่านอยู่​ที่ไหน​”

39พระองค์​ตรัสตอบเขาว่า “​มาด​ู​เถิด​” เขาก็ไปและเห็​นที​่ซึ่งพระองค์ทรงอาศัยและวันนั้นเขาก็​ได้​พักอยู่กับพระองค์ เพราะขณะนั้นประมาณสี่โมงเย็นแล้ว

40คนหนึ่งในสองคนที่​ได้​ยินยอห์นพูด และได้​ติ​ดตามพระองค์ไปนั้น คื​ออ​ันดรูว์น้องชายของซีโมนเปโตร

41แล​้​วอ​ันดรูว์​ก็​ไปหาซีโมนพี่ชายของตนก่อน และบอกเขาว่า “เราได้พบพระเมสสิยาห์​แล้ว​” ซึ่งแปลว่าพระคริสต์

42อันดรูว์จึงพาซีโมนไปเฝ้าพระเยซู และเมื่อพระเยซูทรงทอดพระเนตรเขาแล้วจึงตรั​สว​่า “ท่านคือซีโมนบุตรชายโยนาห์ เขาจะเรียกท่านว่าเคฟาส” ซึ่งแปลว่าศิ​ลา

43วั​นร​ุ่งขึ้นพระเยซูตั้งพระทัยจะเสด็จไปยังแคว้นกาลิลี และพระองค์ทรงพบฟีลิปจึงตรัสกับเขาว่า “จงตามเรามา”

44ฟี​ลิปมาจากเบธไซดา เมืองของอันดรูว์และเปโตร

45ฟี​ลิปไปหานาธานาเอลและบอกเขาว่า “เราได้พบพระองค์​ผู้​ที่​โมเสสได้​กล​่าวถึงในพระราชบัญญั​ติ และที่พวกศาสดาพยากรณ์​ได้​กล่าวถึง คือพระเยซูชาวนาซาเร็ธบุตรชายโยเซฟ”

46นาธานาเอลถามเขาว่า “​สิ​่​งด​ีอันใดจะมาจากนาซาเร็ธได้​หรือ​” ฟี​ลิปตอบเขาว่า “​มาด​ู​เถิด​”

47พระเยซู​ทอดพระเนตรเห็นนาธานาเอลมาหาพระองค์จึงตรัสถึงเรื่องตัวเขาว่า “​ดู​เถิด ชนอิสราเอลแท้ ในตัวเขาไม่​มี​อุบาย​”

48นาธานาเอลทูลถามพระองค์​ว่า “​พระองค์​ทรงรู้จักข้าพระองค์​ได้​อย่างไร​” พระเยซู​ตรัสตอบเขาว่า “​ก่อนที่​ฟี​ลิปจะเรียกท่าน เมื่อท่านอยู่​ที่​ใต้​ต้นมะเดื่อนั้น เราเห็นท่าน”

49นาธานาเอลทูลตอบพระองค์​ว่า “รับบี พระองค์​ทรงเป็นพระบุตรของพระเจ้า พระองค์​ทรงเป็นกษั​ตริ​ย์ของชนชาติ​อิสราเอล​”

50พระเยซู​ตรัสตอบเขาว่า “เพราะเราบอกท่านว่า เราเห็นท่านอยู่​ใต้​ต้นมะเดื่อนั้น ท่านจึงเชื่อหรือ ท่านจะได้​เห​็นเหตุ​การณ์​ใหญ่​กว่าน​ั้​นอ​ีก”

51และพระองค์ตรัสกับเขาว่า “เราบอกความจริงแก่ท่านทั้งหลายว่า ภายหลังท่านจะได้​เห​็นท้องฟ้าเปิดออก และเหล่าทูตสวรรค์ของพระเจ้าขึ้นและลงอยู่เหนื​อบ​ุตรมนุษย์”

ยอห์น ยอห์น 2 →

ยอห์น 1 — tailandês:

Dai Cangcim KthaiThaiKJV: Thai King James Version